ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
www.BenzUnity.com « Knowledge « Tips & Tricks « เรื่องเกี่ยวกับระบบความร้อน
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องเกี่ยวกับระบบความร้อน  (อ่าน 5396 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kengz_w124
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,066


เพราะกูคนเดียว ทำเสียวทั้งคัน


« เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2009, 20:35:48 »

เรื่องเครื่องร้อนสาเหตุทั้งหมดเกิดจากการละเลยบกพร่องจากผู้ใช้รถครับ อาจจะเกิดจากความไม่รู้ไม่เข้าใจหรือไม่ใส่ใจ และความเสียหายบางท่านเท่าที่ได้คุยกันถึงกับต้องโยน เสื้อเครื่องทิ้งครับเสียทั้งๆ ที่ไม่ควรจะเสีย วันนี้ผมก็จะเอาเรื่องเครื่องร้อนมาสรุปกันอีกครั้งว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และควรจะตรวจตราดูอะไรเป็นพิเศษหรือไม่


-----------------------------------------------------------------
หม้อน้ำ เป็นที่ที่รับเอาความร้อนจากภายในเครื่องยนต์ที่มากับน้ำไปทิ้ง โดยความร้อนจะระบายออกทางครีบเล็กๆ รอบๆ ท่อทางน้ำ โดยมีพัดลมเป็นตัวช่วยดูดเอาความเย็นจากนอกรถดูดซับเอาความร้อนออกไป หม้อน้ำของรถยนต์ในทุกวันนี้ มีขนาดเล็กน้ำหนักเบาทำจากอะลูมิเนียมและพลาสติก คุณสมบัติระบายความร้อนไม่ได้แตกต่างจากหม้อน้ำทองแดง และเหล็ก แต่ก็มีจุดอ่อนตรงที่พลาสติกที่เป็นกรอบ หรือโครงนั้นง่ายในการแตกชำรุด และท่อทางน้ำท่อเล็กๆ ถูกอัดเข้ากับกรอบพลาสติกทำด้วยยางกันรั่ว แม้จะทนความร้อนทนแรงดันแต่ก็มีอายุการใช้งานที่สั้น ทำให้น้ำรั่วซึมออกจากซีลยางนี้ได้ง่าย และหลายๆ ครั้ง น้ำที่รั่วจากหม้อน้ำจะรั่วซึมออกจากซีลยางเหล่านี้แทบจะหาร่องรอยไม่พบ

การที่ต้องเติมน้ำบ่อยๆ หรืออาการที่เรียกว่า รถกินน้ำ นั้น ซีลยางเหล่านี้เป็นต้นเหตุสำคัญต้นเหตุหนึ่ง การหาจุดรั่วซึมบางครั้งต้องใช้เครื่องมือพิเศษอัดแรงดันเข้าไปจึงจะหาพบ และเมื่อหาพบแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่จะต้อง เปลี่ยนหม้อน้ำทั้งลูก ซึ่งมีราคาสูงแต่ร้านหม้อน้ำก็สามารถเปลี่ยนให้ใหม่เป็นหม้อน้ำเหล็กได้ โดยมีราคาที่ต่ำกว่าอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

แม้หม้อน้ำจะไม่รั่วก็เกิดการอุดตันได้ ส่งผลให้เครื่องร้อนไม่ว่าจะความเร็วช้าหรือความเร็ว สูง หม้อน้ำตันจะสังเกตได้ง่ายๆ คือยิ่งวิ่งเร็วความร้อนยิ่งขึ้นสูง ก็ต้องเปลี่ยนหม้อน้ำกันละครับ ส่วนสาเหตุที่หม้อน้ำตัน ก็เกิดจากการขาดการดูแลที่ดี ไม่เคยเปลี่ยนถ่ายน้ำหม้อน้ำ ไม่เคยใช้น้ำยากันสนิมเติมในหม้อน้ำ

ด้านหน้าของหม้อน้ำ จะเป็น แผงคอยล์ร้อน หรือ คอนเด็นเซอร์แอร์ มักจะมีขนาดเท่าๆ กันกับหม้อน้ำ และทำด้วยอะลูมิเนียมทั้งลูกคอยล์ร้อนตัวนี้ ก็ทำหน้าที่เช่นเดียวกับหม้อน้ำ คือนำเอาความร้อนจากภายในห้องโดยสาร ซึ่งนำพามาด้วยน้ำยาแอร์ออกระบายทิ้งไป เมื่อ คอยล์ร้อน ถูกติดตั้งอยู่หน้าหม้อน้ำที่หม้อน้ำต้องการความเย็น จากภายนอกมาช่วยระบายความร้อน ด้านหน้าของคอยล์ร้อนจึงต้องมีพัดลมประสิทธิภาพสูง ที่จะดูดเอาอากาศจากภายนอกเป่าผ่านรังผึ้งแอร์ผ่านหม้อน้ำ พัดลมตัวนี้จึงต้องทำงานหนัก เพราะต้องทำหน้าที่พัดเป่าความร้อนจากทั้งคอยล์ร้อนและหม้อน้ำออกไป เมื่อใดที่ประสิทธิภาพของพัดลมลดหย่อนลง อุณหภูมิของเครื่องยนต์จะสูงขึ้น หรือที่พูดกันว่า เครื่องร้อน พร้อมกับความเย็นฉ่ำของแอร์ในห้องโดยสารจะลดน้อยลงไป

ส่วนมากแล้วจะเกิดขึ้นในขณะที่รถใช้ความเร็วต่ำ หรือขับรถในสภาพจราจรติดขัดและเมื่อใดที่ได้ใช้ความเร็วปานกลางหรือความเร็วสูงอุณหภูมิเครื่องยนต์ก็จะอยู่ในระดับปกติ พัดลมระบายความร้อนทั้งที่ คอยล์ร้อน (รังผึ้งแอร์) และที่หม้อน้ำ จะทำงานด้วยไฟฟ้า ก็ต้องคอยหมั่นตรวจดูการทำงานของพัดลมนี้ ว่าทำงานอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องด้วยเรี่ยวแรงที่แข็ง ขันอย่างเดิมหรือไม่

ถ้าหากรถของท่านแอร์ไม่เย็นฉ่ำ โดยเฉพาะตอนกลางวันอุณหภูมิเครื่องสูงกว่าปกติในขณะใช้ความเร็วต่ำ หรือเมื่อรถติดก็ต้องรีบเร่งตรวจดูได้แล้วก่อนบานปลาย รวมทั้งการทำความสะอาด ครีบระบายความร้อน ทั้งที่รังผึ้งแอร์และหม้อน้ำที่มักจะเกิดจากคราบฝุ่นละออง เศษซากแมลง จับเกาะ ทำให้การระบายความร้อนลดประสิทธิภาพลง

ท่อยางของหม้อน้ำ ต้องตรวจดูว่าตำแหน่งที่ติดตั้งอยู่นั้น จะต้องลอยตัวไม่สัมผัสแตะติดหรือเสียดสีกับชิ้นส่วนอื่นใดของเครื่องยนต์ หรือส่วนประกอบโดยเฉพาะกับชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวอย่างที่อยู่ในสภาพดีต้องไม่บวมพองหรือแฟบติดกัน สายรัด หรือ แคล์มป์รัด ท่อยางต้องไม่มีคมที่จะทำให้ท่อยางฉีกขาดได้ง่ายๆ ฝาหม้อน้ำจะต้องปิดสนิทกับคอหม้อน้ำ หรือคอของถังพักน้ำ แผ่นยางใต้สปริงควบคุมแรงดันที่ฝาหม้อน้ำต้องไม่ฉีกขาด

วาล์วน้ำ ทำหน้าที่ปิดกั้นทางเดินน้ำระหว่างตัวเครื่องยนต์กับ หม้อน้ำ โดยจะทำการปิดเปิดให้น้ำไหลผ่านได้ ด้วยอุณหภูมิของน้ำตามที่กำหนดไว้ เมื่อใดที่วาล์วน้ำไม่เปิดให้น้ำไหลผ่านที่อุณหภูมิที่ถูกต้อง เครื่องยนต์ก็จะมีปัญหา เช่น วาล์วน้ำเปิดตลอดเวลาหรือเปิดเร็ว ทำให้อุณหภูมิของเครื่องเย็นกว่าที่กำหนด หรือไม่สม่ำเสมอเครื่องยนต์ก็จะสึกหรอเร็ว กินน้ำมันเชื้อเพลิงมาก กำลังตก เพราะรถปัจจุบันจะใช้อุณหภูมิของเครื่องยนต์เป็นตัวกำหนดในการปรับอัตราส่วนผสม และจังหวะของการจุดระเบิด

ถ้าวาล์วน้ำไม่เปิดก็หมายถึงน้ำในระบบระบายความร้อน ไม่สามารถนำพาเอาความร้อนจากเครื่องยนต์ไปสู่หม้อน้ำ ได้ การระบายความร้อนก็ไม่เกิดขึ้นอาการที่พูดว่าเครื่องร้อนจึงเกิดขึ้น

เมื่อใดที่อุณหภูมิความร้อนของรถสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิดปกติ ขับช้าก็ร้อนขับเร็วก็ร้อนติดตั้งพัดลมเพิ่มเติมแล้ว ก็ยังร้อนอยู่ วาล์วน้ำคือจุดแรกที่จะต้องถอดออกมาตรวจสอบ
เกจ์ความร้อน ในความหมายของผมก็หมายถึงทั้งตัวส่งสัญญาณและตัวรับสัญญาณในรถ สมัยก่อนเกจ์ความร้อนก็จะมีตัวส่งสัญญาณเพียงตัวเดียว ติดตั้งอยู่ที่ ฝาสูบ หรือที่เสื้อวาล์วน้ำส่งสัญญาณไปที่เกจ์หรือ ตัวอ่านหรือตัวรับสัญญาณที่หน้าปัดเพื่อบอกถึงอุณหภูมิของเครื่องในขณะนั้น

ในปัจจุบันมีการเอาค่าความร้อนในเครื่องยนต์ไปใช้ประโยชน์อีกหลายอย่างตัวส่งสัญญาณจึงมีมากกว่าหนึ่งตัวแต่จะติดตั้งอยู่ใกล้ๆ กับตัวส่งสัญญาณไปที่หน้าปัด

ตัวส่งสัญญาณที่เพิ่มมานี้เอาค่าความร้อนไปใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นเช่นส่งสัญญาณความร้อนเข้าสมองควบคุมเครื่อง เพื่อเป็นข้อมูลในการสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง สั่งจ่ายไอดีหรือกำหนดจังหวะการจุดระเบิดในระบบ

นอกจากนั้นค่าความร้อนที่ได้ยังนำไปใช้ในการควบคุมสั่งการให้พัดลมไฟฟ้าในระบบระบายความร้อนและระบบแอร์ทำงานให้ถูกต้อง

ตัวส่งสัญญาณไปที่หน้าปัด (Water temperature sending unit) มักจะทำด้วยทองแดงมีสายไฟเพียงเส้นเดียวต่อตรงถึงตัวรับหรือตัวอ่านค่าหรือเกจ์ความร้อน (Temperature guage) ที่หน้าปัด

อุณหภูมิความร้อนจะผ่านตัวส่งสัญญาณแปลงค่าความร้อนไปที่สายไฟแล้วตัวรับจะอ่านค่าออกมาเป็นตัวเลขหรือเครื่องหมายบอกระดับความร้อน เมื่อใดที่ตัวส่งหรือตัวรับสัญญาณเสีย ค่าความร้อนที่อ่านได้ก็จะผิดไปจากความจริงของสภาพอุณหภูมิในขณะนั้น เช่น เกจ์บอกค่าความร้อนสูงขึ้นในขณะที่เครื่องยังปกติก็อาจจะทำให้วิตกกังวลค้นหาสาเหตุแก้ไขกันวุ่นวายเสียเงินเสียทองโดยใช่เหตุ หรือเกจ์เสียบอกค่าความร้อนต่ำทั้งๆ ที่อุณหภูมิของน้ำในระบบร้อนไปถึงจุดเดือดแล้ว ก็อาจจะทำให้คนขับวางใจขับไปโดยที่เข้าใจว่าเครื่องไม่ร้อน ผลคือเครื่องพัง

ต้องคอยหมั่นสังเกตตรวจตราที่เกจ์ด้วยครับ วิธีตรวจดูด้วยตนเองก็คือเมื่อเครื่องเย็นก่อนติดเครื่องให้เปิดสวิตช์กุญแจไปในตำแหน่งที่มาตรวัดทุกตัวทำงานแล้วสังเกตดูว่าเข็มที่เกจ์ความร้อนนั้นสงบนิ่งหรือไม่

ถ้าเปิดสวิตช์แล้วเข็มความร้อนไม่อยู่นิ่งโดยที่ยังไม่ติดเครื่องก็หมายถึงว่าตัวส่งหรือตัวรับค่าความร้อนผิดปกติต้องแก้ไข

และถ้าหากเข็มยังสงบนิ่งอยู่โดยที่ยังไม่ติดเครื่อง ทดสอบขั้นต่อไปก็ด้วยการกดแตร หรือเปิดสวิตช์ไฟใหญ่หรือเปิดสวิตช์ให้ที่ปัดน้ำฝนทำงาน หรือกดปุ่มให้ไฟฉุกเฉินทำงาน

ในการกระทำทั้งหลายแหล่หรือเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งถ้าเข็มชี้วัดที่เกจ์ความร้อนเคลื่อนไหวขึ้นลง ก็มีความหมายเช่นเดียวกันว่า ทั้งตัวส่งและตัวรับมีปัญหาที่ตัวใดตัวหนึ่งหรืออาจจะทั้งสองตัวก็ต้องรีบเข้าศูนย์หรือเข้าอู่ให้ตรวจเช็คก่อนที่จะบานปลาย

เจ้าเกจ์วัดอุณหภูมิความร้อนนี่แหละเป็นช่องทางที่ทำ ให้ช่างมีความรู้ แต่ฝีมือเลวๆ แก้ไขปัญหาความร้อนที่ส่งผลเสียให้กับเครื่องยนต์และ ผู้ใช้รถ รถที่มีปัญหาแล้วเครื่องร้อนเข้าอู่แล้วแก้อย่างไรก็ ไม่หายหาสาเหตุไม่พบ จนปัญญาเข้าก็เอาวิชาโจรมาใช้คือ เกจ์ความร้อนที่หน้าปัดที่ทำงานด้วยไฟฟ้าในรถยนต์ขึ้นลงตามอุณหภูมิของเครื่อง

ช่างโจรก็จะใช้วิชาความรู้ทางไฟฟ้าติดตั้งตัวเพิ่มค่าความต้านทานซึ่งเป็นทรานซิสเตอร์ตัวเล็กๆ เข้าไปในระบบทำให้เข็มความร้อนขึ้นช้าและขึ้นไปสูงสุดที่ขีดที่ต้องการส่วนมากก็ครึ่งหนึ่งของมาตรวัด

ครับเท่านี้ก็เรียบร้อยลูกค้าขับออกจากอู่ด้วยความสุขที่เกจ์ความร้อนขึ้นแค่ครึ่งเดียว แต่ไม่ได้กี่วันหรอกครับ เครื่องน็อคเพราะความร้อนในเครื่องยนต์ขึ้นสูงเกินกว่าเครื่องจะทนทานได้แต่เกจ์วัดยังบอกเพียงครึ่งเดียว ก็ระวังกันเอาไว้ โดยเฉพาะรถเก่าที่มีปัญหาเครื่องร้อนหรือรถมือสองที่ ซื้อตามเต็นท์

แล้วลองคิดดูครับ ถ้าเจ้าของรถคันนั้นเบื่อหน่ายอู่นั้นแล้วลากรถไปให้ ที่อื่นทำเพื่อแก้ปัญหา ความซวยก็จะไปตกที่อู่นั้นอีกที่จะต้องเสียแรงเสียเวลาเสียเงินเสียชื่อเสียง ถ้าแก้ไขไม่ได้เพื่อที่จะค้นพบได้ว่ามีการติดตั้งตัว ต้านทานเอาไว้ในระบบ

ครับนั่นเป็นการตรวจสอบมาตรวัดทั้งตัวส่งและตัวรับใน ขณะที่ยังไม่ติดเครื่อง ถ้าติดเครื่องแล้วก็ยังตรวจสอบได้ครับว่า มีตัวหนึ่งตัวใดเสียหรือไม่ เมื่อติดเครื่องเข็มชี้บอกระดับความร้อนจะค่อยๆ เคลื่อนไหวในทางขึ้นอย่างช้าๆ แต่ราบเรียบ และเมื่อใดที่ติดเครื่องแล้วเข็มชี้ แกว่ง ขึ้นลงไปมาเป็นบางครั้งเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ก็แน่ใจว่าใช่เขาแหละครับ ตัวใดตัวหนึ่งหรือเพียงแค่สายไฟรั่วช็อตหลวม ก็ต้องถึงมือช่างที่จะหาสาเหตุและแก้ไข

ที่ตัวเครื่องยนต์รถรุ่นใหม่ๆ มักจะมองไม่ค่อยเห็นอะไรมากนักแต่ก็ต้องสังเกตบางจุด พอจะเห็นได้เช่น หยดน้ำคราบน้ำที่ใต้ปั๊มน้ำ ตาน้ำที่เสื้อสูบ ในรถยุโรปบางยี่ห้อจะติดตั้งระบบฮีทเตอร์หรือ ระบบทำความร้อนมาพร้อมกับระบบทำความเย็น ระบบฮีทเตอร์ก็จะใช้ความร้อนจากเครื่องยนต์ที่น้ำในร ะบบดูดซับออกมาต่อเข้าที่ตัวฮีทเตอร์ (Heat exchanger) อยู่ในตู้เดียวกับตู้แอร์

ความร้อนจากน้ำจากตัวเครื่องก็จะไหลผ่านท่อยางท่ออะล ูมิเนียมหรือทองแดงที่ตัวถังรถแล้วต่อเข้าตัวฮีทเตอร์ก็ต้องตรวจดูท่อทางเหล่านี้ ช่างบางคนกับรถรุ่นนี้มักจะแนะนำให้อุดท่อทางความร้อนเหล่านี้โดยอ้างว่าบ้านเราเมืองร้อนไม่จำเป็นต้องใช ้ก็ใช่ครับถอดออกก็ไม่มีผลเสียอะไร จะว่าไม่มีประโยชน์ก็ไม่ได้ครับ มีแน่ ถ้ารู้จักใช้

ถ้ารถเครื่องร้อนในขณะจราจรติดขัดหาที่จอดไม่ได้ เปิดฮีทเตอร์ในขีดความร้อนสูงสุดโดยไม่ต้องปิดแอร์เปิดกระจกหน้าต่างให้หมด ดึงมือเปิดฝากระโปรงให้คลายล็อกฝากระโปรงจะแง้มขึ้นน ิดหน่อยพอให้อากาศจากภายนอกเข้าไปไล่ความร้อนในห้องเ ครื่อง ความร้อนจากน้ำในระบบจะระบายออกมาทางไอร้อนช่วยให้เค รื่องไม่ร้อนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้มีเวลาพอขับรถเข้าหาที่จอดเพื่อหาสาเหตุต่อไป

วิธีนี้ใช้ได้ดีในกรณีที่น้ำไม่แห้งจากหม้อน้ำครับ เพราะถ้าน้ำแห้งก็ไม่มีประโยชน์ ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อจะจอดรถที่บ้านเข้าที่จอดรถเรียบร้อยปิดแอร์ไม่ ต้องดับเครื่อง เปิดฮีทเตอร์ให้ร้อนที่สุดพัดลมทำงานจังหวะที่แรงที่สุด ไอความร้อนจะพัดออกผ่านทางคอยล์เย็นช่วยไล่กลิ่นอับและทำลายเชื้อโรคได้บางชนิด ถ้าทำอย่างนี้ได้เดือนละครั้งแอร์รถคุณจะสะอาดสดชื่น และช่วยให้ตู้แอร์ตันช้าลง


นำมาจาก


บันทึกการเข้า


โทรคุยกันได้ทุกเรื่อง ตลอด 24 ชม.  เก่ง  T. 08-66666-487 /  087-69-88-111
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซด์